
การจัดทำรายงาน ESG ของบริษัทจดทะเบียนไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากเดิมที่เคยมองว่ารายงาน ESG คือการเปิดเผยกลยุทธ์หรือนโยบายด้านความยั่งยืนขององค์กร แต่ในปีนี้รายงาน ESG ถูกยกระดับให้เป็นวาระของคณะกรรมการและผู้บริหารมากขึ้น โดยองค์กรระหว่างประเทศอย่าง OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ได้เน้นที่ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน รวมถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ World Economic Forum (WEF) ให้ความสำคัญกับบทบาทของคณะกรรมการบริษัทในการกำกับดูแลความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศที่ต้องเชื่อมโยงและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการเงิน ความเสี่ยง กลยุทธ์ และการกำกับดูแล โดยข้อมูลต้องมีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมถึงความสามารถในการสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับองค์กร
ซึ่งหลักเกณฑ์ที่จะนำมาใช้ในการรายงานคือมาตรฐานการรายงานตามแนวทางของ ISSB ประกอบด้วย IFRS S1ที่เปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับความยั่งยืน (General Requirements) ครอบคลุมถึงความเสี่ยงและโอกาสด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ที่มีสาระสำคัญต่อกระแสเงินสดและมูลค่าธุรกิจ และ IFRS S2 ที่เป็นมาตรฐานเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-related Disclosures) กำหนดให้ธุรกิจเปิดเผยความเสี่ยงทั้งทางกายภาพและการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม(Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 ที่ต้องเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบ 56-1 One Report ผ่านระบบ SETLink
โดยในระยะแรกจะเน้นความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate-first เป็นลำดับแรก ซึ่งสิ่งที่เปลี่ยนอย่างชัดเจนคือ รายงาน ESG จะไม่ใช่แค่การบอกว่าองค์กรทำด้านความยั่งยืนอะไรบ้าง แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่า ประเด็นด้านความยั่งยืนและ Climate Risk นั้นกระทบต่อธุรกิจอย่างไร องค์กรมีการกำกับดูแลอย่างไร มีการบริหารความเสี่ยงอย่างไร และมีข้อมูลหรือตัวชี้วัดใดที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
การบังคับใช้จะทยอยเริ่มตามขนาดบริษัทและประเภทหลักทรัพย์ เพื่อให้องค์กรได้มีเวลาเตรียมความพร้อม
เนื่องจากต้องรายงานตามเกณฑ์ชี้วัดของ FTSE Russell
กลุ่มกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน หรือ SRI Fund (Sustainable and Responsible Investing Fund) ต้องเปิดเผยข้อมูลตามหลักเกณฑ์กองทุนรวม SRI ใหม่ ที่ต้องมีการแสดงเครื่องมือและแนวทางการวัดผลลัพธ์ มีการบริหารความเสี่ยงเชิงลึก มีการตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่กองทุนเข้าไปถือครองได้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ลดความเสี่ยงจากการฟอกเขียว และทำให้ผู้ลงทุนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนได้ชัดเจนมากขึ้น
เริ่มบังคับใช้กับบริษัทในกลุ่ม SET50
ขยายการบังคับใช้ไปยังบริษัทในกลุ่ม SET100
บังคับใช้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งหมด รวมถึงบริษัทที่เตรียมเสนอขายหุ้น IPO
บังคับใช้กับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือ mai รวมถึง REITs, Infrastructure Trusts, Property Funds และ Infrastructure Funds
จาก timeline นี้ สิ่งสำคัญคือองค์กรไม่ควรรอจนถึงปีที่ต้องรายงานจริง เพราะข้อมูล ESG โดยเฉพาะข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศ, ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การประเมินความเสี่ยง และโครงสร้างการกำกับกิจการนั้นค่อนข้างจะซับซ้อน ใช้เวลา และไม่สามารถสร้างย้อนหลังได้ในช่วงปลายปี จึงควรเริ่มจากการวางระบบการเก็บข้อมูล กำหนดเจ้าภาพข้อมูล และจัดเก็บหลักฐานประกอบตั้งแต่เนิ่น ๆ
องค์กรควรเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและโอกาส (Risk and Opportunities) จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรง หรือ Scope 1 และทางอ้อมจากการใช้พลังงาน หรือ Scope 2 โดยในระยะแรกของการปรับใช้ในไทยจะเน้นการเปิดเผยข้อมูล Scope 1 และ 2 ที่ต้องมีความน่าเชื่อถือของข้อมูลสูง เพราะมีวิธีการคำนวณที่ชัดเจน ต้องมีแหล่งที่มาของข้อมูลและหลักฐานประกอบ ทั้งยังมีการทวนสอบจากผู้ประเมินภายนอกอีกด้วยค่ะ
แม้ในช่วงแรกไทยเราเน้นที่ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ Scope 2 แต่ภายใต้มาตรฐาน IFRS S2 บริษัทต้องทำความเข้าใจการเปิดเผยข้อมูลใน Scope 3 หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าไว้ด้วย เพราะตามแนวทางของ GHG Protocol นั้นครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งจากกิจกรรม upstream และ downstream ขององค์กร
ความท้าทายของ Scope 3 ก็ครืออออ ข้อมูลจำนวนมากไม่ได้อยู่ภายในองค์กรโดยตรง แต่อยู่กับคู่ค้า ผู้รับเหมา ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้จัดจำหน่าย หรือกิจกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้า ดังนั้นบริษัทจึงควรเริ่มวางระบบการเก็บข้อมูลร่วมกับ supplier และคู่ค้าสำคัญทั้งหลายเสียตั้งแต่วันนี้หรือทันทีที่รู้สึกตัวค่ะ
ภายใต้มาตรฐานใหม่ บริษัทต้องเปิดเผยให้ชัดว่า คณะกรรมการ ผู้บริหาร หรือคณะทำงานใดมีบทบาทในการกำกับดูแลแต่ละประเด็นด้านความยั่งยืนและความเสี่ยงจากสภาพอากาศอย่างไร
นอกจากนี้ ยังต้องมีการประเมินความเสี่ยงและวิธีบริหารจัดการที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ รวมถึงตัวชี้วัดในการติดตามความคืบหน้าของแผนงาน เพราะ IFRS S1 และ S2 ใช้โครงสร้างการเปิดเผยข้อมูลหลักทั้ง 4 ด้านประกอบกัน ได้แก่ การกำกับดูแล (Governance), กลยุทธ์(Strategy), การบริหารความเสี่ยง(Risk Management) และ ตัวชี้วัดและเป้าหมาย (Metrics & Targets) พูดง่ายๆคือรายงาน ESG จะไม่ใช่งานของฝ่าย Sustainability เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่ต้องเป็นงานกลุ่มที่ต้องช่วยกันทำหลายฝ่ายทั้งฝ่ายความเสี่ยง การเงิน บัญชี หน้างาน จัดซื้อ จัดจ้าง บุคคล กฎหมาย การตลาดและคณะกรรมการบริษัท (เรียกได้ว่าทุกฝ่าย)
เห็นไหมหล่ะค่ะ ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำให้เสร็จอย่างดีได้ภายใน 1-2 เดือน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรเริ่มให้ความสำคัญตั้งแต่วันนี้ก็คือ
แต่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ เพราะตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีคู่มือการรายงานความยั่งยืนสำหรับบริษัทจดทะเบียน พร้อม ESG Metrics ตามกลุ่มอุตสาหกรรม (คลิกตรงนี้จ้า https://setsustainability.com/libraries/1123/item/-esg-metrics ) เพื่อเป็นแนวทางในการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG อย่างโปร่งใส มีคุณภาพ เป็นมาตรฐาน และสอดคล้องกับแบบ 56-1 One Report
การเปลี่ยนแปลงนี้อาจดูเหมือนเป็นภาระในการปฏิบัติตาม (compliance) แต่ก็คือโอกาสสำคัญที่องค์กรจะใช้รายงาน ESG เป็นเครื่องมือในบริหารความเสี่ยง สร้างความน่าเชื่อถือ และสื่อสารกับนักลงทุนได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น เพราะรายงาน ESG ที่ดีคือความพร้อม ความครบและความน่าเชื่อถือของข้อมูล เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนความสามารถการบริหารองค์กรในอนาคตได้ค่ะ
https://setsustainability.com/page/disclosure
2. IFRS S1 General Requirements for Disclosure of Sustainability-related Financial Information
https://www.setlink.set.or.th/th/education/article/73-ifrs-s1-ifrs-s2-esrs-part1
3. IFRS Sustainability Disclosure Standards และภาพรวม IFRS S1, IFRS S2, GHG Protocol, Scope 1, Scope Scope 3 และ 4 แกนหลักของการเปิดเผยข้อมูล
https://www.sec.or.th/TH/Documents/LawsandRegulations/IFRS-Sustainability-Standards-Capacity-Building.pdf
4. ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนรวม SRI เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูล ลดความเสี่ยงการฟอกเขียวและเพิ่มความโปร่งใส https://www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=12343&fbclid=IwY2xjawQ4VTZleHRuA2FlbQIxMABicmlkETE2V0o4bEl1YW1odGtCVjRDc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHpza62OJCOyHdk5zO5PBe81GGFFM4g15if_bDNp1dl8pJoSmG46Ksjd7QIJx_aem_VsR76tGsk_l5xMhBkB2FDw
5. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: คู่มือการรายงานความยั่งยืนสำหรับบริษัทจดทะเบียน และ ESG Metrics
https://setsustainability.com/libraries/1123/item/-esg-metrics
6. โครงสร้างการเปิดเผยข้อมูลหลักร่วมกัน 4 ด้าน เอกสารคู่มือ IFRS S1 & S2 ของสภาวิชาชีพบัญชี [1] https://www.tfac.or.th/upload/9414/RgKvrQPLx0.pdf